วันนี้ซื้อหนังสือ If You Think You Can! ของ TJ Hoisington มานะ อ่านแล้วชอบ แต่เพิ่งอ่านไปบทแรก
ก็ได้อะไรๆ อยากมา share หนะ
"เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับความเป็นอัจฉริยะ แต่ไม่นานนัก เด็ก 9,999 คนจาก 10,000 คนจะสูญเสียความเป็นอัจฉรินะนั้นไปเมื่อเติมโตขึ้น"
"เชื่อหรือไม่ว่าเด็ก ป.6 จะได้ยินคำพูดต่างๆ ในทำนอง 'อย่านะ หนูทำอย่างนั้นไม่ได้, หนูทำไม่ได้หรอก, เป็นไปไม่ได้หรอก' โดยเฉลี่ย ไม่ตํ่ากว่า 70,000 ครั้ง! ซํ้าร้ายไปกว่านั้นนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของการปลูกฝังความคิดที่ไม่สร้างสรรค์และบั่นทอนความเชื่อมั่นในตัวเองของคนจำนวนมาก ตลอดช่วงของการเติบโต เรายังจะต้องพบกับถ้อยคำและความคิดเชิงลบอีกมากมายนับไม่ถ้วน"
เมื่อโตขึ้นเรามักจะกำหนดขอบเขตของความเป็นไปได้ตํ่ากว่าศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง แต่เรากลับเลือกที่จะเชื่อในขอบเขต กรอบหรือ ความเชื่อที่ใครคนอื่นกำหนดมาให้ กี่ครั้งที่เราคิดว่าพบความคิดที่สุดยอดแล้วไปเล่าให้คนอื่นฟัง แต่บทสรุปก็ไม่พ้น "เธอจะทำอะไรนะ, แต่เธอไม่เคยทำอะไรแบบนั้นมาก่อนเลยนะ, แต่เธอไม่ได้เรียนมานะ, เธอไม่มีทุนขนาดนั้น, เธอขาดทักษะที่ต้องใ้ช้นะ" และอื่นๆ ที่ล้วนแต่บั่นทอนความเชื่อมั่นทั้งสิ้น และเมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่อ่อนไหว เราก็มักจะหลงเชื่อความคิดเชิงลบเหล่านั้นเสียทุกทีไป (อยากสาระภาพว่า จริงๆแล้ว คำพูดบั่นทอน พวกนี้ เราได้ยินอยู่ข้างหูจากคนรอบๆตัวอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้เค้าจะมองว่าเป็นความหวังดีหรือการเตือน แต่มันไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ เรามองออกมั้ยว่าตัวเองต้องการอะไรแล้วจริงๆ เพราะถ้าเค้าไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเดียวกับเรา เค้าก็ไม่มีสิทธิมาตำหนิหรือขัดในเส้นทางที่เราจะมุ่งไป เราต้องใจแข็งให้พอ และที่สำคัญคือพูดกับคนเหล่านี้ดีๆแม้เราจะไม่เห็นด้วย จงอย่าใช้อารมณ์โมโหใส่)
สรุปคือสิ่งสำคัญคือ เราต้องบอกตัวเองให้กล้าหันหลังให้กลับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่สร้างสรรค์เหล่าันั้น ข้อเท็จจริงที่เรารู้คือยังมีคนเก่งอีกมากที่ไม่เคยคิดจะออกเดินทางด้วยตนเอง แต่มักจะทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญที่คอยตำหนิติเตียนการเดินทางของคนอื่นๆไปทั่ว คนประเภทนี้ไม่ใช่คนที่เราควรไปข้องเกี่ยวด้วยเพราะไม่่มีประโยชน์อะไร แถมยังมีแต่บั่นทอนความมั่นใจของเราเปล่าๆ
มหาตมะ คานธี, แกรนด์มา มอสส์, สตีเ้ว่น สปีลเบิร์ก, โรซ่า ปาร์ค, สตีฟ จ็อบส์ และโอปรา วินเฟรย์ บุคคลที่โด่งดังเหล่านี้เป็นตัวอย่างได้อย่างดีถึงความเป้นไปได้ พวกเขาต่างแหกกฏความเชื่อเดิมๆ ก้าวข้ามขีดจำกัดของความเชื่อเดิมๆ และเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ของตัวเองให้โลกต้องบันทึกไว้ได้ ลองหยุดแล้วตั้งคำถามกับตัวเองสักนิดว่า หากพวกเขาทำได้แล้วมีเหตุผลอะไรที่คุณจะทำไม่ได้ล่ะ อะไรคือจุดแข็งของตัวเอง คุณต้องมีสิ่งที่ทำได้ดีและโดดเด่นอยู่แน่ๆ แล้วค้นมันพบแล้วหรือยัง และถ้าพบแล้วมันดีพอหรือเปล่าที่จะทำให้คุณกล้าเลือกวิ่งตามความฝันและการใช้ชีวิตอย่างที่ฝัน




Recent Comments