
การที่เราไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน อาจทำให้เราเสียเวลากับการทำงานหรือมีความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องการ หรือมีชีวิตในแบบที่ไม่ต้องการ
Zig Ziglar ได้กล่าวไว้ว่า คนส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่มีบุคลิกแบบทั่วไปและไม่แน่ใจในความฝันของตนเอง คนกลุ่มนี้คือคนที่ใช้ชีวิตอย่างไม่มีทิศทางชัดเจน ไม่มีเป้าหมายที่มีคุณค่า ใช้ชีวิตแบบผู้ชมมากกว่าจะลงไปลุยเองในสนาม Ziglarยังบอกด้วยว่า "ถ้าลองไปถามนักปีนเขาที่ปีนถึงยอดเขาที่สูงที่สุดว่าทำได้อย่างไร รับรองได้เลยว่าเขาจะไม่ตอบว่า 'ไม่รู้เหมือนกัน อยุ่ๆผมก็ขึ้นมาถึงตรงนี้ได้เอง' "
คุณจะดึงดูดเอาสิ่งต่างๆ เข้ามาในชีวิตตามความคิดหลักของคุณเอง เมื่อคุณมีความชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองต้องการจะมีพลังที่จะเรียกสิ่งต่างๆ เข้ามาสู่ชีวิต ก็จะเห็นโอกาสที่ตามหา และคุณจะพบบางสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ในที่สุดแล้วคุณอาจจะได้ตระหนักว่าอันที่จริงแล้วโอกาสมากมายเหล่านี้ก็เรียงรายอยู่หน้าคุณตลอดเวลานี่เอง
คนเรามีกลไลในการป้องกันตนเองที่เอาไว้กรองสิ่งที่เราไม่ได้กำลังสนใจอยู่ออกไป ถ้าไม่มีกลไกนี้ เราก็คงจะเสียสติ ลองหลับตาสักพักและตั้งสมาธิดูแล้วจะรู้ว่า มีเสียงรอบตัวที่คุณไม่ได้ยินก่อนหน้านี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสียงรถ เครื่องปรับอากาศ เสียงลมหายใจ เสียงคนเดินไปมา สิ่งเหล่านี้ร่างกายเราได้กรองออกไปเพราะเราไม่ได้กำลังสนใจมัน
ที่พูดมาเหมือนกับ ถึงแม้ว่าโอกาสจะมาเรียงรายหน้าคุณ ถ้าคุณไม่ใส่ใจไม่focus กับมัน คุณก็จะมองข้ามมันไปโดยไม่แยแสรู้ตัวด้วยซั้า แต่เมื่อคุณมีความชัดเจนกับสิ่งที่ต้องการ และกำหยดทิศทางให้ความคิดของคุณ คุณจะมองเห็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่อาจนำไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ตามเป้าหมายของคุณได้ สิ่งเหล่านี้เรียกว่ากฏแห่งการดึงดูด
สิ่งที่แปลกแต่จริงคือ คุณไม่จำเป็นต้องรู้ วิธีการที่จะไปถึงเป้าหมายแต่แรก หากคุณชัดเจนถึงสิ่งที่ต้องการและเหตุใดคุณจึงต้องการสิ่งนั้นๆ วิธีการที่จะนำไปสู่เป้าหมายจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นเองเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม สาเหตุต้องมาก่อนและคำตอบจะตามมาภายหลัง เมื่อไหร่ที่คุณชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องการ กฏแห่งการดึงดูดก็จะเริ่มทำหน้าที่ของมันเอง
Brian Tracy ได้บอกไว้ว่า "ให้ลงมือทำทันทีที่ความรู้สึกบอกว่าใช่" !

นั้นแปลว่าการวางแผนไม่สำคัญหรือ? ไม่ใช่ การวางแผนก่อนให้ละเอียดรอบคอบก็เป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการต้องรู้ว่าคุณต้องการอะไร และทำไมถึงต้องการสิ่งนั้นๆ และทุ่มเทเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ คนจำนวนมากเปลืองเวลาและพลังงานไปกับการหา "วิธีการ" ในการทำอะไรบางอย่างจนมากเกินจำเป็น และสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเพื่อเป้าหมายที่ต้องการเลย ขอเพียงคุณชัดเจนว่า ต้องการอะไรและมีเหตุผลที่สนับสนุนความต้องการนั้น "วิธีการ" จะเป็นสิ่งที่ตามมาเอง Branch Rickeyเคยกล่าวไว้ว่า "คำว่าโชคดีนั้น เป็นเพียงเศษเสี้ยวของการออกแบบที่ดีเ่ท่าันั้น" หากแต่มันเป็นผลของการมองเห็นภาพที่ชัดเจนและการยึดมั่นกับสิ่งที่เราต้องการ
การที่คุณบอกว่าอยากได้บ้านสวยๆ ไม่มากพอที่จะทำให้คุณให้บ้านสวยๆที่ว่า แต่คุณต้องสร้างภาพให้ชัดเจนไปเลยว่าต้องการบ้านแบบไหน สีอะไร เนื้อที่เท่าไหร่ อธิบายถึงขนาดบ้านและลักษณะเฉพาะของบ้าน สนามหญ้าหน้าบ้าน หรือทางเดินเป็นอย่างไร ราคาประมาณเท่าไหร่ และที่สำคัญที่สุดต้องตอบให้ได้ว่า ทำไมมันสำคัญกับคุณ
ลองจินตนาการดูหากเงิน เวลา พรสวรรค์และการศึุกษาไม่ใช่อุปสรรค คุณจะทำอย่างไรต่อไป ความต้องการที่แท้จริงของคุณคืออะไร อะไรที่จะทำให้คุณยอมทำงานหนักจนมืดคํ่าและตื่นแต่เช้าอย่างมีวินัย George Burnsกล่าวว่า "ผมยินดีล้มเหลวกับสิ่งที่ผมรัก ดีกว่าประสบความสำเร็จกับสิ่งที่ผมไม่ได้รักมันเลยสักนิด"
จากการสอบถามสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการกับไม่ต้องการในชีวิต ปรากฏว่าส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยการอธิบายถึงสิ่งที่ไม่ต้องการก่อน นั่นแสดงให้เห็นถึงการให้นํ้าหนักกับความหวาดกลัวหรือความผิดหวังจากความล้มเหลวแทนที่จะให้นํ้าหนักกับรางวัลแห่้งความสำเร็จ ขอยํ้าอีกทีว่าภาพที่คุณวาดไว้ในความคิด ก็คือสิ่งที่จะสะท้อนออกมาในโลกของความเป็นจริง
Mortimer J. Adler : "หากคุณไม่เล็งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต คุณก็จะจบลงด้วยความสำเร็จที่เล็กน้อยมากๆ"
เรื่องเล่านี้สรุปมาจากหนังสือ If you THINK you CAN! ของ TJ Hoisington Chapter6 แนะนำให้ทุกคนบนโลกซื้อเก็บไว้อ่าน ยังมีบทอื่นๆที่เขียนได้ดีมากๆ และมีตัวอย่างมากกว่าที่เราสรุปไว้อีก ไปซื้อมาซะนะ
"ให้ลงมือทำทันทีที่ความรู้สึกบอกว่าใช่" (Brian Tracy)
Recent Comments